กรุ๊ปเอ็ม จัดงานสัมมนา ‘NextM Prepare for what is next’ ชี้ถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

กรุ๊ปเอ็มจัดงานสัมมนา NEXTM
ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

NextM Thailand กรุ๊ปเอ็ม

มร. เควิน คลาร์ค ซีอีโอ กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทยและพม่า เปิดเผยว่า ล่าสุด กรุ๊ปเอ็ม ได้ผนึกพลังกลุ่มบริษัทในเครือ ประกอบด้วย แม็กซัส เอ็มอีซี มีเดียคอม มายด์แชร์ และเอ็มอินเตอร์แอคชั่น จัดงานสัมมนาเพื่อสะท้อนมุมมองต่อผู้บริโภคและการรับสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและสื่อโฆษณา ผู้ผลิตคอนเทนต์ชั้นนำ และสุดยอดนักการตลาดแนวหน้าของเมืองไทย มาร่วมนำเสนอมุมมองเตรียมความพร้อมสู้ศึกการตลาด พร้อมการนำเสนอรายการใหม่จากผู้ผลิตสื่อและคอนเทนต์ชั้นนำของเมืองไทยภายในงานเดียวที่จัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะลูกค้าของกรุ๊ปเอ็ม
การจัดงาน ‘NextM Prepare for what is next’ ในครั้งนี้ จะนำประเด็นที่เป็นที่จับตาของวงการธุรกิจสื่อมาวิพากษ์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นถึงแนวโน้มในอนาคต อาทิ การวัดเรตติ้ง 2 ระบบ (Dual-Panel measurement) ที่ระบบแรกดำเนินการวัดผลโดย บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด หรือที่เรียกกันว่า Nielsen โดยปีที่ผ่านมานอกจากจะเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างในการตรวจวัดแล้วยังได้ขยายขอบข่ายการวัดไปยังกลุ่มออนไลน์ด้วย และระบบที่ 2 ดำเนินการวัดผลโดยบริษัท กันตาร์มีเดีย จำกัด หลังจากที่ได้รับมอบหมายจากสมาคมวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อ (ประเทศไทย) หรือ MRDA ให้ดำเนินการสำรวจความนิยม ในทุกๆ แพลตฟอร์ม หรือเรียกว่า มัลติสกรีนเรตติ้ง (Multi-Screen Rating) ครอบคลุมทุกกลุ่มดีไวซ์ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์, สมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์ และแท็ปเล็ต เป็นต้น ที่จะเผยผลวิจัยเป็นครั้งแรกในปี 2560 ซึ่งการมีบริษัทวัดผลเรตติ้ง 2 บริษัทนั้น แน่นอนว่าอาจจะกระทบต่อผลวิจัย ทำให้ผู้บริโภคข้อมูลเกิดความสับสนได้ในช่วงแรก ลูกค้า นักวางแผนสื่อ และช่องต่างๆก็ต้องปรับตัวให้ทันตามการเปลี่ยนแปลง

นาย รัฐกร สืบสุข กรุ๊ปเอ็ม เทรดดิ้ง พาร์ทเนอร์ ให้ข้อมูลว่า “สำหรับกรุ๊ปเอ็มเองในฐานะที่เป็นผู้นำธุรกิจวางแผนสื่อโฆษณาครบวงจรระดับโลก ได้เริ่มใช้การวัดเรตติ้ง 2 ระบบ (Dual-Panel measurement) แล้วในต่างประเทศ และเพื่อให้ลูกค้า นักวางแผนสื่อ และช่องต่างๆ ได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นของการวัดเรตติ้ง 2 ระบบ (Dual-Panel measurement) นี้ในงานจึงมีการนำตัวอย่างการวัดผลของกรุ๊ปเอ็มในประเทศมาเลเซียและ ฟิลิปปินส์ มานำเสนอเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย”
สำหรับคำถามเกี่ยวกับเทรนด์ของวงการธุรกิจสื่อในปี 2560 นั้น นาย]รัฐกร สืบสุข กล่าวเสริมว่า “เทรนด์แรกคือ Cross-channel targeting แบรนด์จะต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเพิ่อเพิ่มศักยภาพทางการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยครอบคลุมทั้งสื่อ online, offline และ in-store เพื่อเป้าหมายหลักในการทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า การสื่อสารกับผู้บริโภคจะมีความเฉพาะตัว (Personalization) มากขึ้น และด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้ การวัดผลแบบมัลติสกรีนเรตติ้ง เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญ เพราะจะช่วยให้นักการตลาดวางแผนและเลือกใช้ช่องทางได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องยิ่งขึ้น
เทรนด์ที่ 2 คือ Live VDO ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์สื่อรูปแบบใหม่ในเมืองไทย หลายแบรนด์ได้นำ Live VDO มาใช้ถ่ายทอดสดการเปิดตัวสินค้าใหม่ การสาธิตวิธีการใช้สินค้า งานอีเว้นท์ และบริการของแบรนด์ด้วยจุดเด่นในเรื่องของการสื่อสาร 2 ทางกับผู้บริโภค สามารถตอบข้อสงสัย สร้างความสัมพันธ์ หรือดูผลตอบรับของผู้บริโภคได้ในทันที โดยในปี 2560 คาดว่าน่าจะมีการใช้ Live VDO เพื่อสร้างสีสันใหม่ๆ ให้แก่แวดวงธุรกิจสื่อของไทยในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น
เทรนด์ที่ 3 คือ Content Leads จากรูปแบบของสื่อที่หลากหลายอย่างมาก หัวใจสำคัญของการสื่อสารที่จะประสบความสำเร็จจึงอยู่ที่คอนเทนต์ที่น่าสนใจ จึงนับเป็นโอกาสของแบรนด์ในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคโดยการสร้างสรรค์และพัฒนาคอนเทนต์ในรูปแบบ Tailor made ให้เหมาะสมกับสื่อแต่ละสื่อ ไม่ใช่การนำคอนเทนต์จากโทรทัศน์ไปขยายผลเหมือนในอดีต เช่น การผลิตรายการเพื่อออกอากาศทาง LINE TV หรือลักษณะคอนเทนต์จำเพาะสำหรับโซเชียลมีเดียรูปแบบต่างๆ และการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Sky VR (Virtual Reality) app เพื่อชมรายการแบบ 360 องศา
เทรนด์ที่ 4 คือ การเติบโตของธุรกิจ Online Shopping โดยปัจจัยหลักที่สนับสนุนคือพัฒนาการของสมาร์ท โฟนและความแพร่หลายของโซเชียลมีเดีย ความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องความสะดวกรวดเร็ว ทำให้ห้างร้านส่วนใหญ่เปิดช่องทางออนไลน์ และมีธุรกิจบริการใหม่ๆ ที่เกิดสืบเนื่องกัน เช่น LINE MAN แอปพลิเคชันในการสั่งอาหาร สั่งซื้อของ รับส่งสินค้าต่างๆ ความท้าทายของนักการตลาด จึงอยู่ที่จะบริหารงบประมาณและสื่อโฆษณาอย่างไรให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งกลุ่มที่ยังคงอยู่กับช่องทางการสื่อสารและซื้อสินค้าแบบเดิม และกลุ่มที่เปลี่ยนพฤติกรรมมาซื้อสินค้าออนไลน์
สุดท้ายกับเทรนด์ Local Touchpoint ความท้าทายของการเข้าถึงผู้บริโภคในต่างจังหวัด อยู่ที่กลุ่มผู้บริโภคเขตนอกเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ ที่มีพฤติกรรมการเปิดรับสื่อน้อยกว่าผู้บริโภคในเขตเมือง และยังมีความเคยชินกับวิถีชีวิตแบบเดิมอยู่ ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด จะมีความหลากหลาย แตกต่างกันมาก ซึ่งปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้คือการเข้าถึงตัว สร้างความตื่นเต้นและประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภคผ่านกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการใช้ Influencer ในท้องถิ่น”
ในส่วน “Content” ที่เป็นหัวใจสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคในปัจจุบัน “กรุ๊ปเอ็ม และพันธมิตร LINE ได้ร่วมมือกันในการคัดสรรรายการที่สดใหม่คุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก นำเสนอแก่กลุ่มเป้าหมายผ่าน Platform LINE TV เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับชมความบันเทิงชั้นดี นำไปสู่การติดตามอย่างต่อเนื่อง และภาพลักษณ์ของ Premium Content จะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับนักการตลาดที่จะจัดสรรงบโฆษณาผ่านคอนเทนต์คุณภาพ และเป็นทางเลือกใหม่ๆ ที่น่าสนใจให้กับนักการตลาดได้อีกด้วย” นาย รัฐกร สืบสุข กล่าวเพิ่มเติม
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของงานนี้คือการแชร์มุมมองจากเหล่านักการตลาดระดับแนวหน้าของประเทศไทยบนเวทีสัมนา ว่าในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมและการรับสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนั้น ส่งผลกระทบต่อนักการตลาดอย่างไรบ้าง รวมถึงความคาดหวังที่นักการตลาดมีต่อเอเยนซี่ ผู้ผลิตคอนเทนต์ และเจ้าของสื่อ ในการปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง และการสร้างสรรค์สื่อที่ตอบสนองต่อทั้งผู้บริโภคและนักการตลาด รวมไปถึงบู้ธจากผู้ผลิตสื่อชั้นนำของไทยที่นำรูบแบบรายการใหม่และคอน เท้นต์สุดล้ำมาแสดงตลอดทั้งวัน

The Latest

X